ล้างด้วยน้ำร้อนก่อน แล้วค่อยคัดแยกด้วย AI — ลำดับที่ทำให้เกล็ดของเราสะอาดและคัดสีได้แม่นยำกว่า
ขวดและเกล็ด PET ที่รับเข้ามาจะผ่านถังล้างน้ำร้อนอุณหภูมิสูงก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อขจัดคราบไขมัน กาวฉลาก และสิ่งปนเปื้อนอินทรีย์ ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าการล้างน้ำเย็นทั่วไป ทำให้พื้นผิวเกล็ดสะอาดและมองเห็นสีที่แท้จริงชัดเจนขึ้น
จากนั้นวัสดุที่สะอาดแล้วจะเข้าสู่เครื่องคัดแยกอัตโนมัติที่ใช้กล้อง AI Vision ร่วมกับเซนเซอร์ Near-Infrared ตรวจจับสี ความใส และวัสดุปนเปื้อนที่หลุดรอดแบบเรียลไทม์ ก่อนแยกเกล็ดที่ไม่ตรงเกรดออกโดยอัตโนมัติ ลดการพึ่งพาแรงงานคนและเพิ่มความสม่ำเสมอของผลผลิต
ทำไมเทคโนโลยีนี้คือข้อได้เปรียบของเรา
ความบริสุทธิ์สูง สิ่งปนเปื้อนต่ำ
กล้อง AI และเซนเซอร์ NIR ตรวจสอบเกล็ดทุกชิ้นแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่การสุ่มตรวจ ลดโอกาสที่ฉลาก กาว หรือเรซินอื่นที่ไม่ใช่ PET จะหลุดปนไปกับล็อตที่ส่งมอบ
คุณภาพสม่ำเสมอทุกล็อต
กระบวนการคัดแยกอัตโนมัติให้ผลลัพธ์ที่คงที่ ไม่ผันแปรตามดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนเหมือนการคัดแยกด้วยมือ
ลดภาระตรวจสอบคุณภาพฝั่งลูกค้า
เมื่อวัตถุดิบสะอาดและตรงเกรดตั้งแต่ต้นทาง ลูกค้าใช้เวลาตรวจรับและคัดแยกซ้ำน้อยลง วางแผนการผลิตต่อได้แม่นยำขึ้น
ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกล็อต
ทุกล็อตมีการบันทึกข้อมูลการรับเข้า ล้าง และคัดแยก ลูกค้าอ้างอิงย้อนกลับได้เมื่อต้องการตรวจสอบแหล่งที่มา
AI Vision + NIR Sorting ทำงานอย่างไร
กล้อง AI Vision ถ่ายภาพเกล็ดพลาสติกที่ไหลผ่านสายพานด้วยความเร็วสูง แล้วใช้โมเดลที่ผ่านการเรียนรู้มาวิเคราะห์สี ความใส และรูปร่างของแต่ละชิ้นแบบเรียลไทม์ ทำได้แม่นยำและรวดเร็วกว่าการตรวจด้วยสายตาคนในปริมาณมากๆ
เซนเซอร์ Near-Infrared (NIR) ฉายแสงอินฟราเรดใกล้ไปยังเศษพลาสติกแต่ละชิ้น พลาสติกแต่ละชนิดจะสะท้อนคลื่นแสงกลับมาในรูปแบบเฉพาะตัว (spectral signature) ทำให้ระบบแยกแยะได้ว่าชิ้นไหนเป็น PET แท้ และชิ้นไหนเป็นเรซินอื่น (เช่น PVC, PP, PE) ที่ปะปนมาโดยไม่ตั้งใจ แม้จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกันมากก็ตาม
เมื่อระบบระบุตำแหน่งของเกล็ดที่ไม่ตรงเกรดหรือไม่ใช่ PET ได้แล้ว หัวพ่นลมความเร็วสูงจะเป่าแยกชิ้นนั้นออกจากสายพานหลักทันที เป็นเทคโนโลยีคัดแยกวัสดุที่ใช้กันแพร่หลายในอุตสาหกรรมรีไซเคิลทั่วโลก
วิดีโอเครื่องคัดแยกสี AI Vision + NIR ขณะทำงานจริงในโรงงาน